อย่างที่เกริ่นกันไปในบทความก่อนหน้านี้นะครับว่า ISO ยิ่งเราดันขึ้นมาเท่าไหร่ก็จะเกิดสัญญาณรบกวนมากเท่านั้น หรือที่เรียกว่า Noise นั้นเองครับ Noise ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับกล้องอย่างเดียวครับ ยังรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆด้วย อย่างเช่น ทีวีครับ ในบางครั้งเวลาฝนตกมักจะเห็นภาพไม่ค่อยชัด
อย่างที่เราๆรู้กันครับ กล้องดิจิตอลทุกตัวต้องรับแสงซึ่งเป็นโฟตอนไปเปลี่ยนเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าครับ
โดยผ่านทางชุด Photosite ที่เรียงรายนับล้านๆตัวอยู่บนเซ็นเซอร์รับภายของกล้องดิจิตอลครับ เช่น กล้องมีความละเอียด 8 mp ก็แปลว่ามีชุด Photosite 8 ล้านตัวเลยทีเดียว ยิ่งตัว Photosite มากก็ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนได้ง่ายขึ้น เพราะมีชุด Photosite อยู่อัดแน่นกันมาก ทำให้สัญญาณไฟฟ้าเกิดการตีกันขึ้น เปรียบเทียบกับนำคน 10 คน มาอยู่ในห้อง 10x10 ตร.ม. ก็คงอยู่กันได้ แต่เมื่อเพิ่มเป็น 50 คน มีหวังทะเลาะกันแน่ เมื่อได้รับแสงจาก Photosite แล้วก็เปลี่ยนไปเป็นสัญญาณไฟฟ้าโดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า
A/D converter ครับ แต่เนื่องจาก A/D converter ไม่สามารถแยกแยะสัญญาณต่างๆออก จึงทำการ convert ไปเป็นสัญญาณดิจิตอล ทำให้เกิด Noise ขึ้นในภาพถ่าย
Noise นั้นหลายๆคนอาจจะมองแค่สัญญาณรบกวนจากการดันค่า ISO สูงขึ้น แต่ไม่ถูกเสมอไป ยังมี Noise ที่เกิดขึ้นเองไม่ว่าคุณจะปรับ ISO ลงต่ำเท่าใด โดย Noise มีที่มาและแยกออกเป็นสองชนิดดังนี้
1.
Long Exposure Noise ซึ่งหมายถึง Noise ที่เกิดจากการเปิดรับแสงเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความร้อนที่ชุด Photosite ขึ้น (ปกติแสงก็มีความร้อนอยู่ในตัว) จึงเกิดสัญญาณไฟฟ้าอีกชนิดที่เรียกว่า Thermal Electron ทำให้เกิด Noise ขึ้นในภาพ เช่น ภาพพลุ ภาพถ่ายไฟกลางคืน จะเห็นชัดในส่วนมืดของภาพ ส่วนในบริเวณสว่างหรือเป็นสีขาวจะไม่ค่อยเห็นมากนัก คุณจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงจากมันได้ ตราบใดที่อุปกรณ์นั้นๆยังใช้ไฟฟ้า หุหุ
2.
High ISO Noise ซึ่งหมายถึง Noise ที่เกิดจากการดันค่า ISO ให้สูงขึ้น มันเปรียบเสมือนการปรับความดังของวิทยุให้ดังขึ้น หรือการเพิ่มความถี่ของสัญญาณให้ตรวจจับได้เร็วขึ้น มากขึ้น ก็เท่ากับว่าเมื่อคุณเพิ่ม ISO คุณก็ขยายการตรวจจับสัญญาณให้มากขึ้น รวมทั้งสัญญาณรบกวนด้วยนะ เออ สัญญาณรบกวนที่เกิดจากการดัน ISO จะเห็นได้ทั้งในส่วนมืดและส่วนสว่าง Noise ตัวนี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกล่ะ ถ้าคุณเพิ่ม ISO ขึ้น หุหุ
แต่เมื่อมีเมฆย่อมมีพระอาทิตย์ (อ่ะยังไง) ในเมื่อมีเจ้า Noise แล้วก็ต้องมีผู้ปราบ Noise เช่นกัน ซึ่งแต่ละบริษัทก็พยายามคิดค้นจนหัวหมุนเพื่อกำจัดจุดเล็กๆ ที่สร้างความน่ารำคาญเหล่านี้ให้ลดน้อยลงไป ซึ่งตัวที่บริษัทต่างๆมุ่งพัฒนานั้นก็คือ A/D converter ที่เราได้พูดกันไปก่อนหน้า จะเห็นได้ว่ากล้องรุ่นใหม่ๆจะมีปัญหาเรื่องของ Noise น้อยกว่ากล้องรุ่นเก่า เพราะในปัจจุบันหลายๆบริษัทได้พัฒนาชุดคำสั่ง
อัลกอริทึม (algorithm) ให้มีความสามารถมากขึ้นไป แม้จะมีขนาดเซ็นเซอร์เท่ากันแต่ความระเอียดมากกว่าหลายเท่าตัว
กล้องมือถือ กล้อง compact มีปัญหาเรื่อง Noise มากกว่ากล้อง DSLR เนื่องจาก ขนาดเซ็นเซอร์ที่แตกต่างทำให้ชุด Photosite มีระยะห่างระหว่างกันแตกต่างไปด้วย ยิ่งมีระยะห่างของชุด Photosite น้อยยิ่งทำให้เกิด Noise มากกว่าระยะห่างของชุด Photosite มาก แต่บางครั้งก็ DSLR full frame ก็ยังมี Noise มากกล้อง DSLR แบบ APS-C เนื่องจากอาจจะมีระบบที่เรียกว่า
High ISO Noise Reduction (NR) เพิ่มลดจำนวน Noise ลง และข้อเสียก็คือใช้เวลาในการประมวลผลนาน และทำให้ภาพที่ได้ไม่ดีพอสมควร บางท่านอาจจะปิดมันไปแล้วก็ได้เนื่องจากความช้าไม่ทันใจนั้นเอง ถึงแม้กล้องบางตัวจะไม่มีระบบ NR แต่ก็สามารถนำมาปรับในคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องพบกับความเซ็งในการลด Noise เหมือนกันทั้งสองแบบล่ะครับ เหอะๆ
จะอย่างไรก็ตามแต่ เราจะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆในการรับมือกับน้อง Noise เพื่อให้ความสุขและลดความเซ็งกับนักถ่ายภาพทุกคนบนโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อว่าเทคโนโลยีจะรุกหน้าไปไกลขนาดไหน
และจะมาทันให้ท่านๆใช้กันหรือไม่